แชร์

นิติบุคคลมีเฮ ! ลงทุนกับระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

อัพเดทล่าสุด: 1 ก.ค. 2026
10 ผู้เข้าชม

ในช่วงที่ผ่านมา ภาครัฐได้ผลักดันให้ภาคธุรกิจเข้าสู่ Digital Tax Ecosystem อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการจัดการเอกสารภาษีให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และลดต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการ

และหนึ่งในมาตรการสำคัญ ที่นิติบุคคลไม่ควรมองข้าม คือ สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการลงทุนในระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ซึ่งช่วยให้กิจการสามารถ นำรายจ่ายที่เกิดจากการลงทุนหรือใช้บริการระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์มาหักรายจ่ายได้ถึง 2 เท่าของรายจ่ายจริง ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด ซึ่งล่าสุด คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ ขยายมาตรการดังกล่าวออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ระบบภาษีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ดังนั้น บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า e-Tax Invoice & e-Receipt คืออะไร รายจ่ายประเภทใดที่สามารถหักได้ 2 หรือใครบ้างที่มีสิทธิใช้มาตรการนี้ และเหตุผลว่าทำไมปี 2569-2570 จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการลงทุนระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์

ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt คืออะไร ?


ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt คือ ระบบการจัดทำและส่งมอบใบกำกับภาษีและใบรับในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร โดยเอกสารจะถูกจัดเก็บในรูปแบบดิจิทัล พร้อมลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) หรือประทับรับรองด้วย Time Stamp ตามมาตรฐานที่กรมสรรพากรกำหนด ทำให้สามารถใช้งานแทนเอกสารกระดาษได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ซึ่งการเปลี่ยนมาใช้ระบบดังกล่าว ช่วยให้ธุรกิจสามารถ : 

  • ลดการพิมพ์เอกสาร
  • ลดต้นทุนการจัดส่ง
  • ลดพื้นที่จัดเก็บเอกสาร
  • ค้นหาเอกสารย้อนหลังได้รวดเร็ว
  • เชื่อมต่อกับระบบบัญชีและ ERP ได้ง่ายขึ้น
  • รองรับการตรวจสอบจากกรมสรรพากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวดี ! สำหรับนิติบุคคล ลงทุนวันนี้ หักรายจ่ายได้ 2 เท่า


จากเอกสารการอัพเดตของกรรมสรรพากร เพื่อสนับสนุนการใช้งานระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ภาครัฐได้ออกมาตรการภาษีที่เปิดโอกาสให้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถนำ รายจ่ายจากการลงทุนหรือค่าใช้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt มาหักเป็นรายจ่ายเพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้เพิ่มอีก 100%

กล่าวง่าย ๆ คือ หากกิจการมีค่าใช้จ่ายจริง 100,000 บาท สามารถนำมาหักภาษีได้รวม 200,000 บาท หรือคิดเป็น 2 เท่าของรายจ่ายจริง ซึ่งมาตรการนี้ ครอบคลุมรายจ่ายที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งปัจจุบันได้รับการขยายเวลาจนถึง 31 ธันวาคม 2570


เช็คให้ชัวร์ ! รายจ่ายประเภทใดบ้างที่สามารถหักได้ 2 เท่า?


ตามมาตรการของกรมสรรพากร รายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt สามารถนำมาหักเพิ่มได้ เช่น

1. ค่าโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์

ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับระบบออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ระบบจัดการ e-Receipt หรือระบบจัดเก็บเอกสารภาษี ก็สามารถใช้ลดหย่อนได้

2. ค่าบริการระบบ Cloud

เช่น ค่าบริการรายเดือน ค่าบริการรายปี และ SaaS สำหรับ e-Tax 

3. ค่าอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบ

กรณีเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อรองรับระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

4. ค่าติดตั้ง และพัฒนาระบบ

เช่น ค่าติดตั้ง ค่าเชื่อมต่อระบบ ERP ค่าพัฒนา API และค่าปรับปรุงระบบบัญชี

ทั้งนี้ รายจ่ายต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และประเภทที่กฎหมายกำหนด รวมถึงต้องสามารถพิสูจน์การลงทุนได้เมื่อมีการตรวจสอบจากกรมสรรพากร

 

ใครบ้าง ที่สามารถใช้สิทธิการลดหย่อนนี้ได้ ?

 

จากเอกสารรายงานจากกรมสรพพากร มาตรการนี้ สามารถใช้กับ

  • บริษัทจำกัด
  • บริษัทมหาชนจำกัด
  • ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และมีการลงทุนหรือใช้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

และสำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้เปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัล ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยลดต้นทุนการทำงานในระยะยาว ยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมอีกด้วย


4 เงื่อนไขสำคัญ ก่อนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี


แม้ว่ามาตรการจะให้สิทธิประโยชน์ค่อนข้างมาก แต่ธุรกิจควรตรวจสอบเงื่อนไขให้ครบถ้วน ได้แก่

1. รายจ่ายต้องเกิดขึ้นภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ปัจจุบันมาตรการได้รับการขยายระยะเวลาถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570

2. ต้องเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับระบบ e-Tax จริง

ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั่วไปของกิจการ

3. ต้องมีหลักฐานประกอบครบถ้วน

เช่น ใบกำกับภาษี สัญญา หลักฐานการชำระเงิน และเอกสารแสดงการติดตั้งระบบ เป็นต้น

4. ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

รวมถึงจัดทำข้อมูลการลงทุนและเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ให้สามารถตรวจสอบได้หากเจ้าพนักงานประเมินร้องขอ

 

ทำไมธุรกิจที่จดนิติบุคคล ควรเริ่มลงทุนกับ E-tax ตอนนี้ ?


หลายบริษัทมักรอจนระบบเดิมเริ่มมีปัญหาจึงค่อยเปลี่ยน แต่ความจริงแล้ว การลงทุนก่อนมีข้อได้เปรียบหลายด้าน เช่น 

  • ได้ใช้สิทธิหักรายจ่าย 2 เท่า
  • ลดภาระการทำงานของฝ่ายบัญชีทันที
  • เตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับการทำงานแบบ Paperless
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจกับคู่ค้า
  • ลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว


เพราะยิ่งเริ่มใช้งานเร็ว ธุรกิจก็ยิ่งได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเร็วขึ้น ทั้งในแง่ของต้นทุน เวลา และสิทธิประโยชน์ทางภาษี

 

สรุป


มาตรการ หักรายจ่ายลงทุนระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ได้ 2 เท่า ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนิติบุคคลที่กำลังวางแผนยกระดับการจัดการเอกสารภาษีให้เข้าสู่ระบบดิจิทัล เพราะนอกจากจะช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน ลดการใช้เอกสารกระดาษ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของฝ่ายบัญชีแล้ว ยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากภาครัฐตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ไม่ควรมองเพียงเรื่องของการลดหย่อนภาษีเท่านั้น แต่ควรพิจารณาถึงความถูกต้องตามมาตรฐานของกรมสรรพากร ความปลอดภัยของข้อมูล ความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบบัญชี และการรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาโซลูชันด้าน e-Tax Invoice & e-Receipt ที่พร้อมใช้งานและสอดคล้องกับข้อกำหนดของกรมสรรพากร Etaxwise คือหนึ่งในผู้ให้บริการที่ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนผ่านสู่ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ การจัดเก็บเอกสารในรูปแบบดิจิทัล ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับระบบ ERP และโปรแกรมบัญชีที่องค์กรใช้งานอยู่ ช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนการทำงาน และรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

เพราะการลงทุนในระบบภาษีดิจิทัลวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการใช้สิทธิ หักรายจ่ายได้ 2 เท่า แต่คือการวางรากฐานให้องค์กรสามารถบริหารจัดการข้อมูลภาษีได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างมั่นใจ


เริ่มลงทุนกับระบบจัดการและนำส่ง Etax อัตโนมัติกับ Etaxwise ได้แล้ววันนี้

Line : @Etaxwise 


บทความที่เกี่ยวข้อง
วางแผนยื่นภาษีปี 2569 รวมสิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่ต้องรู้
วางแผนภาษีบุคคลธรรมดา 2569 ด้วยเช็กลิสต์สิทธิ์ลดหย่อน ใช้ได้จริงทุกหมวด ประกันสุขภาพ กองทุน บ้าน และบริจาค เพื่อยื่นภาษีอย่างมั่นใจ
Nane Ati
24 ก.ย. 2025
มาตรการยื่นภาษี ที่ต้องรู้  ! โครงการ เที่ยวดีมีคืน ปี 2568
Etaxwise จะสรุปให้ครบทุกข้อที่ผู้เสียภาษีต้องรู้ก่อนใช้สิทธิ์ ตั้งแต่ว่า เที่ยวดีมีคืน คืออะไร ใช้สิทธิ์ยังไง ค่าใช้จ่ายแบบไหนหักได้บ้าง ไปจนถึงหลักฐานและเอกสารที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นภาษีปี 2568 โดยข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจากกรมสรรพากรและแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้
Waraporn Sripalatham
14 พ.ย. 2025
สายอาร์ตต้องรู้! สรรพากรดัน Soft Power ด้านศิลปะ ลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาท
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางผลักดัน Soft Power ของรัฐบาลไทย โดยเปิดโอกาสให้ บุคคลธรรมดา ที่ซื้อผลงานศิลปะจากศิลปินไทยที่เข้าเงื่อนไข สามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวไป หักลดหย่อนภาษีเงินได้ ได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีภาษี
Waraporn Sripalatham
12 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy