แชร์

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เรื่องสำคัญที่ธุรกิจต้องรู้

อัพเดทล่าสุด: 25 ส.ค. 2025
166 ผู้เข้าชม

บทความนี้เราจะมาพาคุณมาทำความรู้จักเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีซื้อ ภาษีขาย เพราะเป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจทุกคนต้องรู้ เพราะถ้าหากธุรกิจของคุณเติบโตและมีรายได้ต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาท คุณจะต้องทำการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT (Value Added Tax) ซึ่งเป็นหน้าที่ตามกฎหมาย 
ถ้าคุณมีความรู้พื้นฐานเรื่องเหล่านี้ ก็จะทำให้คุณบริหารจัดการภาษีได้ง่ายขึ้น สิ่งสำคัญคือการเก็บรวบรวมข้อมูล และวิธีการคำนวนที่แม่นยำ ดังนั้นเราจะไปเริ่มต้นทำความเข้าใจกันเลย

 

ภาษีมูลค่าเพิ่มคืออะไร? 


ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คือภาษีทางอ้อมที่เรียกเก็บจากสินค้าและบริการ โดยเจ้าของธุรกิจจะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากลูกค้า แล้วรวบรวมเพื่อนำส่งให้กรมสรรพากร อย่างที่เกริ่นไว้แต่แรกว่าธุรกิจที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จะต้องไปลงทะเบียน VAT ภายใน 30 วันตามกฎหมาย โดยเราจะแบ่งอัตราการเก็บ VAT จากลูกค้าดังนี้ 
- การขายสินค้าหรือบริการภายในประเทศ เก็บ VAT 7% 
- การส่งออกสินค้าหรือบริการ เก็บ VAT 0% 
นอกจากนี้การคำนวน VAT นั้นเราจะคำนวนจากแค่ยอดขายอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะต้องอิงกับ ภาษีซื้อ และ ภาษีขาย ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการคำนวนยอดที่ต้องนำส่งหรือว่าขอคืนภาษี แล้วภาษีซื้อและภาษีขายคืออะไร สำคัญอย่างไร ? เราจะพูดถึงในหัวข้อถัดไป 

 

ภาษีซื้อ ภาษีขาย สำคัญอย่างไร? 


เมื่อเรารู้แล้วว่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คือภาษีที่เรียกเก็บจากการขายสินค้าและบริการ คำถามต่อมาคือ แล้ว VAT ที่ต้องจ่ายจริงๆ ธุรกิจจะรู้ได้อย่างไร? คำตอบอยู่ที่การทำความเข้าใจ ภาษีซื้อ และ ภาษีขาย เพราะสองสิ่งนี้คือหัวใจของการคำนวณ VAT ว่าธุรกิจต้องนำส่งเงินเพิ่ม หรือสามารถขอคืนภาษีได้ 
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน มาลองแยกความหมายของภาษีขายและภาษีซื้อกัน 
- ภาษีขาย (Output Tax) คือภาษีมูลค่าเพิ่มที่ธุรกิจเก็บจากลูกค้าเมื่อมีการขายสินค้า/บริการในอัตรา 7% ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณขายสินค้าราคา 100 บาท คุณจะต้องเก็บภาษีขายจากลูกค้า 7 บาท 
- ภาษีซื้อ (Input Tax) คือภาษีมูลค่าเพิ่มที่ธุรกิจต้องจ่ายเมื่อซื้อสินค้า/บริการจากธุรกิจอื่นที่จด VAT เช่นเดียวกัน เช่น คุณซื้อวัตถุดิบจากผู้ขายวัตถุดิบราคา 100 บาท คุณจะเสียภาษีซื้ออีก 7 บาท นั่นคือภาษีซื้อของธุรกิจคุณ 
เมื่อเปรียบเทียบสองตัวนี้ คุณจะเห็นว่าภาษีซื้อและภาษีขายคือข้อมูลที่ต้องใช้หักลบกันเพื่อหายอด VAT ที่แท้จริงที่ต้องชำระหรือขอคืนจากกรมสรรพากรนั่นเอง 

 

วิธีคำนวณ VAT ที่ต้องนำส่ง 


หลักการคำนวน VAT เราจะใช้สูตรง่าย ๆ ดังนี้ ก็คือ ภาษีขาย ลบ ภาษีซื้อ เช่น 
ถ้า ภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ แปลว่า คุณต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มให้กรมสรรพากร 
ถ้า ภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย แปลว่า คุณสามารถขอคืนภาษีเป็นเงินสดหรือนำส่วนเกินไปใช้เป็นเครดิตภาษีในเดือนถัดไปได้ 

ยกตัวอย่าง ธุรกิจของคุณขายสินค้า 100,000 บาท VAT 7% = 7,000 บาท นี่คือภาษีขาย และคุณซื้อวัตถุดิบ 60,000 บาท (รวม VAT 4,200 บาท) นั่นแปลว่าภาษีซื้อของคุณคือ 4,200 บาท ดังนั้นยอด VAT ที่ต้องชำระ = 7,000 - 4,200 2,800 บาทนั่นเอง

ธุรกิจจะต้องคำนวนแบบนี้ทุกเดือนเพื่อนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าการทำ รายงานภาษีซื้อ-ขาย จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะรายงานนี้จะเป็นหลักฐานที่ใช้อ้างอิงว่าธุรกิจของเรามีภาษีขายและภาษีซื้อเท่าไหร่

 

รายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย ต้องทำอย่างไร? 


การทำรายงานภาษีซื้อ-ขาย เป็นหนึ่งหน้าที่สำคัญที่ธุรกิจที่จด VAT ต้องจัดทำทุกเดือน โดยคุณจะต้องมีเอกสารต่าง ๆ ประกอบการทำรายงานดังนี้ 
รายงานภาษีซื้อ คือการบันทึก VAT ที่ธุรกิจจ่ายไปกับการซื้อสินค้า/บริการ จากธุรกิจอื่นที่จด VAT เหมือนกัน โดยคุณต้องเก็บใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ หรือใบเสร็จรับเงินเพื่อนำมาอ้างอิงข้อมูล 
รายงานภาษีขาย คือการบันทึก VAT ที่ธุรกิจคุณเก็บจากลูกค้าที่ซื้อสินค้า/บริการของคุณ โดยใช้ใบกำกับภาษีขายของคุณเพื่อนำมาใช้อ้างอิงข้อมูล 
รายงานเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้การคำนวน VAT ของคุณมีความถูกต้องและแม่นยำเพียงอย่างเดียว แต่รายงานนี้ยังเป็นหลักฐานสำคัญถ้าหากมีการขอตรวจสอบย้อนหลังจากกรมสรรพากร 
หมายเหตุ หากธุรกิจมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถลงรายการภาษีซื้อได้ทันที สามารถขอเลื่อนการลงรายการได้ไม่เกิน 6 เดือนนับจากเดือนที่ออกใบกำกับภาษี

 

จัดการ VAT ง่ายขึ้นด้วย EtaxWise 


เรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มที่เหล่ามาทั้งหมดอาจดูซับซ้อนสำหรับการทำธุรกิจ แต่ถ้าคุณเข้าใจในหลักการ ภาษีซื้อและภาษีขาย และทำรายงานอย่างถูกต้อง คุณก็จะจัดการภาษีได้ง่ายและไม่พลาดเวลาโดนตรวจสอบ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการมีเอกสารภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็จะช่วยให้คุณสามารถจัดเก็บเอกสารได้เป็นอย่างดี และ EtaxWise ของเรา ก็จะช่วยคุณออกใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล้กทรอนิกส์ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีรายงานภาษีขาย ให้คุณสามารถเลือกดูได้อย่างง่ายดายอีกด้วย 
ถ้าคุณสนใจและกำลังมองหาระบบ e-Tax invocie & e-Receipt ที่จะมาช่วยให้ธุรกิจของคุณทำงานง่ายขึ้น ก็สามารถติดต่อมาพูดคุย ปรึกษากับทีมงานของเราได้ตามลิงก์นี้ได้เลย : https://liff.line.me/2007600368-jEAYm842?chatcone_state=6858fe0e32770a3973ca90c8

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ภ.ง.ด.94 ต่างจาก ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด 91 ยังไง ? รวมข้อแตกต่างที่ผู้เสียภาษีต้องรู้
บทความนี้ Etaxwise จะพาคุณมาทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง ภ.ง.ด.94, ภ.ง.ด.90, และ ภ.ง.ด.91 ว่ามีความแตกต่างกันยังไง ตั้งแต่วัตถุประสงค์ ไปจนถึงข้อควรรู้ที่ผู้เสียภาษีไม่ควรมองข้าม เพื่อให้คุณสามารถยื่นแบบได้ถูกต้อง ลดความเสี่ยงเรื่องค่าปรับ และวางแผนภาษีได้ดียิ่งขึ้น
Waraporn Sripalatham
13 พ.ย. 2025
ภ.ง.ด. 50 คืออะไร Checklist เช็คให้พร้อมก่อนยื่นภาษีสิ้นปี
รู้จักแบบ ภ.ง.ด. 50 ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี พร้อมเช็กลิสต์สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนยื่นภาษีสิ้นปี ยื่นง่าย ปลอดภัยผ่านระบบ e-Tax กับ EtaxWise
Waraporn Sripalatham
10 พ.ย. 2025
ภ.ง.ด. 94
รู้หรือไม่ ? หลาย ๆ คนไม่นึกถึงการจ่ายภาษีช่วงกลางปีเลย ถึงแม้อาจจะมีผลกระทบย้อนหลังต่อเครดิตและการเงินได้ก็ตาม เพราะเมื่อพูดถึงการจ่ายภาษี หลาย ๆ คนมักนึกถึงการยื่นแบบภาษีประจำปี ในช่วงสิ้นปีแบบ ภ.ง.ด.90/91 เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราควรแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีด้วย ซึ่งก็คือ ภ.ง.ด.94 ที่ใช้สำหรับแสดงรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายนของปีภาษีนั้น
Waraporn Sripalatham
4 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy