แชร์

ธุรกิจยื่นภาษีให้กรมสรรพากรได้ทางไหนบ้าง?

อัพเดทล่าสุด: 1 ก.ย. 2025
150 ผู้เข้าชม

ปัจจุบันธุรกิจที่ออกใบกำกับภาษีและใบรับอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เราเรียกกันว่า e-Tax invoice & e-Receipt จำเป็นต้องส่ง ข้อมูลภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ให้กับกรมสรรพากรเพื่อใช้ในการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลตามกฎหมาย ข้อมูลที่ถูกส่งนั้นไม่ใช่ไฟล์ PDF ของเอกสาร แต่เป็น ไฟล์ข้อมูล XML ที่มีโครงสร้างตรงตามมาตรฐานที่กรมสรรพากรกำหนด

บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า ธุรกิจสามารถส่งข้อมูลภาษีให้กรมสรรพากรได้กี่ช่องทาง และแต่ละวิธีมีข้อดีข้อควรพิจารณาอย่างไร

 

ทำไมธุรกิจต้องส่งข้อมูลภาษีให้กรมสรรพากร 


การจัดทำเอกสารภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่เพียงแค่การปฏิบัติตามข้อบังคับ แต่ยังเป็นการยกระดับระบบงานขององค์กรให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล เพราะกรมสรรพากรต้องการให้ทุกธุรกิจสามารถยื่นและส่งข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน เพิ่มความโปร่งใสตรวจสอบได้

การส่งข้อมูลภาษีให้กรมสรรพากรอย่างถูกต้องครบถ้วน ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี เพราะข้อมูลภาษีเป็นหลักฐานทางภาษีที่ตรวจสอบได้จริง และยังช่วยให้องค์กรมีข้อมูลที่เป็นระบบ สามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อการวางแผนธุรกิจในอนาคตได้

 

ช่องทางการส่งข้อมูลภาษีให้สรรพากร 

กรมสรรพากรได้กำหนดช่องทางสำหรับการส่ง e-Tax invoice และ e-Receipt ไว้หลากหลาย เพื่อให้ธุรกิจเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมตามรูปแบบการดำเนินงานของแต่ละองค์กร โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่องทางหลัก ดังนี้

1. ส่งผ่าน Web Upload ของกรมสรรพากร 

ธุรกิจสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากรเพื่อ อัปโหลดไฟล์ XML ที่จัดทำตามมาตรฐานที่กำหนด วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยหรือธุรกิจที่มีปริมาณเอกสารไม่มาก


ข้อดีของการส่งผ่าน Web Upload

  • ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน 
  • ไม่ต้องลงทุนพัฒนาระบบเพิ่ม 

ข้อเสียของการส่งผ่าน Web Upload

  • ไม่เหมาะกับธุรกิจที่มีปริมาณเอกสารจำนวนมาก 
  • ต้องอัปโหลดเองทุกครั้ง 
แม้วิธีนี้จะสะดวกและไม่ต้องลงทุนด้านระบบ แต่ข้อจำกัดคือความยุ่งยากเมื่อมีปริมาณเอกสารมาก เพราะต้องอัปโหลดไฟล์ด้วยตนเองทุกครั้ง

2. ส่งผ่าน Service Provider 

ธุรกิจสามารถเลือกใช้ ผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากร (Service Provider) ซึ่งจะมีระบบกลางที่ช่วยจัดการและส่งไฟล์ XML ให้สรรพากรโดยอัตโนมัติ

ข้อดีของการส่งผ่าน Service Provider

  • ได้ระบบสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน 
  • มีทีมซัพพอร์ตจากผู้ให้บริการ คอยช่วยเหลือด้านเทคนิค
  • เหมาะสำหรับธุรกิจที่ไม่ต้องการลงทุนสร้างระบบเอง

ข้อควรพิจารณาในการเลือกส่งผ่าน Service Provider

  • มีค่าใช้จ่ายรายเดือนหรือรายปี แต่คุณสามารถพิจารณาจากความคุ้มค่าได้
  • ต้องเลือกผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ มีใบ Certificate และได้รับการรับรองจากกรมสรรพากร ซึ่งสามารถดูได้ที่หน้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากร
วิธีนี้เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีปริมาณเอกสารปานกลางถึงมาก และไม่ต้องการแบกรับค่าใช้จ่ายด้าน IT Infrastructure เอง แต่จะมีค่าใช้บริการรายเดือนหรือรายปี

3. ส่งผ่าน Host to Host

เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการพัฒนาระบบ e-Tax invoice ของตัวเองเพื่อเชื่อมต่อระบบภายในองค์กร เช่น ERP, โปแกรมบัญชี หรือซอฟต์แวร์อื่น ๆ ให้รวบรวมข้อมูลเอกสารภาษีต่าง ๆ และต้องตรงถึงระบบของกรมสรรพากรโดยตรง ทำให้สามารถส่งเอกสารได้แบบอัตโนมัติ มีความแม่นยำปลอดภัยสูง และปรับแต่งได้ตามความต้องการ

ข้อดีของการส่งภาษีในรูปแบบ Host to Host

  • ลดขั้นตอนการทำงาน ไม่ต้องอัปโหลดไฟล์เอง 
  • รองรับปริมาณเอกสารจำนวนมาก 
  • ทำงานแบบ Real-time และตรวจสอบสถานะได้ทันที 

ข้อควรพิจารณาในการส่งภาษีในรูปแบบ Host to Host

  • ต้องเป็นองค์กรที่มีปริมาณใบกำกับภาษีมากกว่า 500,000 ใบต่อเดือน
  • ต้องลงทุนด้านระบบและบุคลากร 
  • เหมาะกับองค์กรที่มีโครงสร้าง IT รองรับ 
วิธีนี้แม้ต้องลงทุนด้านการพัฒนาและเชื่อมต่อระบบ แต่ก็แลกมากับความสะดวกสบายและความรวดเร็วแม่นยำในการส่งข้อมูล นอกจากนี้ยังมีความปลอดภัยสูงด้วย ซึ่งคุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Host to Host ได้ที่นี่

เลือกช่องทางไหนให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ?

การเลือกช่องทางในการส่งข้อมูลภาษีของคุณให้กรมสรรพากร คุณควรพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น

  • ขนาดธุรกิจและปริมาณเอกสาร คุณสามารถดูปริมาณเอกสารต่อเดือนที่คุณต้องนำส่งสรรพากรได้
  • งบประมาณในการลงทุนระบบ โดยส่วนใหญ่แล้ว การอัปโหลดไฟล์หรือการจัดการเอกสารแบบเดิม ๆ อาจทำให้คุณเสียต้นทุนมากเกินความจำเป็น ดังนั้นการเลือกพิจารณาใช้ระบบ e-Tax invoice & e-Receipt อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
  • ความต้องการด้านความสะดวกและการอัตโนมัติของการทำงาน ถ้าหากคุณต้องการลดต้นทุน ลดภาระงานของพนักงาน และสร้างการส่งข้อมูลภาษีแบบอัตโนมัติ ก็สามารถใช้ระบบ e-Tax invoice & e-Receipt เพื่อความสะดวกสบายได้เช่นกัน

EtaxWise ช่วยคุณส่งข้อมูลภาษีได้ครบจบในที่เดียว

EtaxWise คือระบบ e-Tax invoice & e-Receipt ที่จะมาช่วยให้ธุรกิจของคุณส่งเอกสารภาษีให้สรรพากรได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และปลอดภัย เพราะเราเป็น Advance Service Provider  ที่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากร นอกจากนี้เรายังสามารถช่วยหาโซลูชันที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นการ Customize ระบบหรือการพัฒนาและสร้างระบบ e-Tax invoice แบบ Host to Host ให้กับคุณ โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้น ถ้าหากว่าคุณกำลังมองหาระบบ e-Tax invoice & e-Receipt อยู่ ก็สามารถทักมาขอรับคำปรึกษาจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ลิงก์นี้เลย : https://liff.line.me/2007600368-jEAYm842?chatcone_state=6858fe0e32770a3973ca90c8 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ภ.ง.ด.94 ต่างจาก ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด 91 ยังไง ? รวมข้อแตกต่างที่ผู้เสียภาษีต้องรู้
บทความนี้ Etaxwise จะพาคุณมาทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง ภ.ง.ด.94, ภ.ง.ด.90, และ ภ.ง.ด.91 ว่ามีความแตกต่างกันยังไง ตั้งแต่วัตถุประสงค์ ไปจนถึงข้อควรรู้ที่ผู้เสียภาษีไม่ควรมองข้าม เพื่อให้คุณสามารถยื่นแบบได้ถูกต้อง ลดความเสี่ยงเรื่องค่าปรับ และวางแผนภาษีได้ดียิ่งขึ้น
Waraporn Sripalatham
13 พ.ย. 2025
ภ.ง.ด. 50 คืออะไร Checklist เช็คให้พร้อมก่อนยื่นภาษีสิ้นปี
รู้จักแบบ ภ.ง.ด. 50 ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี พร้อมเช็กลิสต์สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนยื่นภาษีสิ้นปี ยื่นง่าย ปลอดภัยผ่านระบบ e-Tax กับ EtaxWise
Waraporn Sripalatham
10 พ.ย. 2025
ภ.ง.ด. 94
รู้หรือไม่ ? หลาย ๆ คนไม่นึกถึงการจ่ายภาษีช่วงกลางปีเลย ถึงแม้อาจจะมีผลกระทบย้อนหลังต่อเครดิตและการเงินได้ก็ตาม เพราะเมื่อพูดถึงการจ่ายภาษี หลาย ๆ คนมักนึกถึงการยื่นแบบภาษีประจำปี ในช่วงสิ้นปีแบบ ภ.ง.ด.90/91 เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราควรแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีด้วย ซึ่งก็คือ ภ.ง.ด.94 ที่ใช้สำหรับแสดงรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายนของปีภาษีนั้น
Waraporn Sripalatham
4 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy