ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อยังไงให้ถูกต้องตามหลักสรรพากร
ในการทำธุรกิจ ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอะไร ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อหรืออะไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องมีก็คือการออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าของคุณ โดยใบกำกับภาษีตามหลักของกรมสรรพากร จะแบ่งเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ และใบกำกับภาษีอย่างย่อ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วหลายธุรกิจมักจะนิยมใช้ใบกำกับภาษีอย่างย่อ เพราะสะดวก รวดเร็ว เหมาะกับการขายปลึกที่ยอดซื้อไม่สูงมาก แต่การออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ก็ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกรมสรรพากรเพื่อให้ใบกำกับภาษีอย่างย่อนั้นสามารถใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษีของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง บทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับใบกำกับภาษีอย่างย่อว่าเป็นอย่างไร และแตกต่างจากใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบอย่างไร ?
ใบกำกับภาษีอย่างย่อ คืออะไร?
อย่างที่เคยพูดไว้ในบทความก่อน ว่าถ้าหากธุรกิจของคุณมีรายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณจะต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และเมื่อมีการซื้อขายบริการของคุณเกิดขึ้น คุณจะต้องออกใบกำกับภาษี (Tax Invoice) ให้กับลูกค้า เพื่อแสดงมูลค่าสินค้าและบริการของคุณ รวมไปถึงจำนวนภาษีที่คุณเรียกเก็บจากลูกค้า
สำหรับใบกำกับภาษีอย่างย่อคือเอกสารของธุรกิจที่จด VAT ออกให้กับลูกค้าในกรณีที่ยอดขายปลึกหรือยอดซื้อไม่สูงมาก โดยไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดบางอย่างเหมือนใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ เช่น ชื่อและที่อยู่ของลูกค้า โดยมีวัตถุประสงค์คือใช้เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการออกเอกสาร แต่ยังคงใช้เป็นหลักฐานยืนยันในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้
แล้วความแตกต่างระหว่างใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบและใบกำกับภาษีอย่างย่อเป็นอย่างไร เราจะอธิบายในหัวข้อถัดไป
ความแตกต่างระหว่างใบกำกับภาษีเต็มรูปกับใบกำกับภาษีอย่างย่อ
ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบและใบกำกับภาษีอย่างย่อมีจุดประสงค์คล้ายกัน คือเป็นหลักฐานยืนยันการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่สิ่งที่ต่างกันชัดเจนคือ รายละเอียดที่ต้องระบุในเอกสาร และเงื่อนไขการใช้งาน
ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบจะมีข้อมูลครบถ้วน ทั้งชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ รายการสินค้า/บริการอย่างละเอียด มูลค่าที่ขายแยกภาษีชัดเจน รวมถึงเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย ซึ่งเอกสารประเภทนี้สามารถนำไปใช้เป็น เครดิตภาษีซื้อ ได้ตามกฎหมาย จึงเหมาะกับธุรกิจหรือองค์กรที่ต้องนำค่าใช้จ่ายไปบันทึกบัญชี
ในทางกลับกัน ใบกำกับภาษีอย่างย่อถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวก โดยไม่จำเป็นต้องระบุชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ และสามารถรวมรายละเอียดสินค้าเป็นหมวดหมู่ได้ ไม่ต้องแสดงทุกรายการ เหมาะกับธุรกิจค้าปลีกหรือร้านอาหารที่มีการขายปริมาณมากต่อวันและมูลค่าแต่ละครั้งไม่เกิน 1,000 บาท อย่างไรก็ตาม เอกสารประเภทนี้ ไม่สามารถนำไปใช้เป็นเครดิตภาษีซื้อได้
ดังนั้น หากลูกค้าต้องการใช้เอกสารเพื่อยื่นเครดิตภาษี ควรขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบจากผู้ขาย แต่ถ้าเป็นการซื้อขายทั่วไปที่ไม่ต้องนำไปใช้ทางบัญชี ใบกำกับภาษีอย่างย่อก็ถือว่าเพียงพอและสะดวกกว่า ต่อไปเราจะไปดูกันว่าข้อมูลใดบ้างที่ต้องแสดงในใบกำกับภาษีอย่างย่อ
รายการที่ต้องมีในใบกำกับภาษีอย่างย่อ
ตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร ผู้ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อจะต้องแสดงข้อมูลและรายละเอียดต่อไปนี้อย่างชัดเจน ได้แก่
1. ต้องมีคำว่า ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ระบุไว้ชัดเจน
2. ชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย
3. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีและหมายเลขของลำดับเล่ม
4. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ
5. รายละเอียดของสินค้าหรือบริการ เช่น ชื่อ ชนิด ปริมาณ และมูลค่าของสินค้า/บริการ
6. จำนวนเงินรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
7. อัตราภาษีและจำนวนภาษี (ถ้ามีการแยก VAT)
สิ่งที่ต้องรู้ในการออกใบกำกับภาษี
- หากลูกค้าต้องการนำไปใช้เพื่อเป็นเครดิตภาษีซื้อ เช่น บริษัท, ห้างร้าน ธุรกิจจะต้องออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบให้ลูกค้าเท่านั้น
- ถ้าหากมีการขายสินค้าที่มีมูลค่าเกินกว่า 1,000 บาท ต้องออกเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบเท่านั้น
- ใบกำกับภาษีอย่างย่อต้องเก็บรักษาไว้ ไม่น้อยกว่า 5 ปี ตามกฎหมายของสรรพากร
ออกใบกำกับภาษีอย่างถูกต้องด้วย EtaxWise
การออกใบกำกับภาษีอย่างย่อเป็นตัวช่วยให้เจ้าของธุรกิจออกเอกสารให้ลูกค้าได้สะดวก รวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าตัวเลือกนี้จะเป็นตัวเลือกที่สะดวกสบายแค่ไหน แต่ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบก็ยังจำเป็นต่อธุรกิจอยู่ดี เพื่อเป็นหลักฐานการตรวจสอบภาษีอย่างละเอียดครบถ้วนและครอบคลุมทุกธุรกิจมากที่สุด และ EtaxWise ของเราก็เป็นตัวช่วยที่จะทำให้ธุรกิจของคุณสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้อย่างง่ายดาย และถูกต้อง
หากใครสนใจใช้ระบบ e-Tax invoice & e-Receipt ของ EtaxWise ก็สามารถติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษาและทดลองใช้งานได้ที่นี่เลย : https://liff.line.me/2007600368-jEAYm842?chatcone_state=6858fe0e32770a3973ca90c8