4 เทคนิคการขาย ทำยังไงให้ลูกค้าไม่งงเรื่อง VAT

ปัจจุบัน ถึงแม้การขายจะดูเหมือนจบลงที่การตกลงราคา แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่เลย ตามกฏหมายการซื้อขายในประเทศไทย นอกจากหัก ณ ที่จ่าย หลายครั้ง ๆ ลูกค้าก็อาจจะเกิดความสับสนโดยเฉพาะเรื่อง VAT หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ลูกค้าหลายคนไม่ได้คุ้นเคยมากนัก หากอธิบายไม่ชัดตั้งแต่ต้น อาจทำให้ลูกค้าไม่แน่ใจว่ายอดที่ต้องจ่ายจริงคือเท่าไหร่ และต้องเตรียมเงินมาเท่าไหร่กันแน่
ซึ่งก่อนเข้า 4 เทคนิคการขาย ธุรกิจหรือผู้ขายควรทำความเข้าใจพื้นฐานสั้น ๆ สำหรับภาษีมูลค่าเพิ่มก่อน เพื่อช่วยให้ผู้ขายที่อยู่ในระบบ VAT เรียกเก็บจากลูกค้าตามกฎหมาย และออกเอกสารกำกับภาษีให้ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดการล่าช้าของการตัดสินใจซื้อโดยไม่จำเป็น
พื้นฐานที่ทีมขายควรรู้ เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าชัดเจน
ก่อนจะขายสินค้าหรือบริการ ให้ลูกค้า ธุรกิจหรือผู้ขายควรเข้าใจเรื่อง VAT และบทบาทของเอกสารภาษี ให้ชัดเจนก่อน เพราะเอกสารเหล่านี้ไม่ใช่แค่กระดาษประกอบการขาย แต่เป็นหลักฐานทางภาษีที่ลูกค้านำไปใช้จริงในระบบการจ่าย หรือลดหย่อนภาษี
ซึ่ง ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) คือเอกสารสำคัญที่ธุรกิจซึ่งจดทะเบียน VAT มีหน้าที่ต้องออกให้กับลูกค้า ทุกครั้งที่มีการขายสินค้าหรือให้บริการ ภายในเอกสารจะระบุรายละเอียดสำคัญ เช่น
- มูลค่าสินค้าหรือบริการ
- จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
- ยอดรวมที่ลูกค้าต้องชำระ
ในทางเดียวกัน สำหรับลูกค้า ใบกำกับภาษีไม่ใช่แค่ หลักฐานการจ่ายเงิน แต่เป็นเอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นภาษี และบันทึกบัญชี หากออกเอกสารผิด หรือข้อมูลไม่ครบ อาจกระทบต่อการบัญชีของลูกค้าได้โดยตรง
นอกจากนี้ ใบกำกับภาษียังแบ่งออกเป็นหลายประเภท โดยที่ผู้ขายควรรู้จักอย่างน้อย 2 แบบหลักๆ ได้แก่
1. ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป
ใช้กับลูกค้านิติบุคคลหรือกรณีที่ต้องการเอกสารทางบัญชีครบถ้วน ต้องระบุชื่อบริษัท ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอย่างถูกต้อง
2. ใบกำกับภาษีอย่างย่อ
มักใช้กับการขายปลีกหรือธุรกรรมที่มูลค่าไม่สูง และไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดผู้ซื้อครบเหมือนแบบเต็มรูป
รวมถึงเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบเพิ่มหนี้ หรือ ใบลดหนี้ ซึ่งใช้ในกรณีที่ต้องแก้ไขยอดภายหลังการออกใบกำกับภาษีไปแล้ว ซึ่งเมื่อผู้ขายเข้าใจความแตกต่างของเอกสารเหล่านี้ จะสามารถอธิบายให้ลูกค้าได้อย่างมั่นใจ ตอบคำถามได้ตรงจุด และรู้ว่าควรขอข้อมูลอะไรจากลูกค้าตั้งแต่ต้น
4 เทคนิคการขาย ทำยังไงให้ลูกค้าไม่งงเรื่อง VAT
เทคนิคที่ 1: ระบุเปอร์เซ็นของภาษีมูลค่าเพิ่มให้ชัดเจน ลูกค้าจะได้ไม่ต้องเดา
ความงงเรื่อง VAT มักเริ่มจากราคาที่ไม่ได้ระบุให้ชัดว่า รวม VAT แล้ว หรือ ยังไม่รวม VAT แล้วหรือยัง ซึ่งการแก้ปัญหาเหล่านี้ คือการใส่เปอร์เซ็นต์ VAT ในใบราคา หรือ Banner สำหรับการโปรโมทไปเลย เพื่อให้คนที่สนใจสินค้าหรือบนิการตัดสินใจง่ายขึ้น จากการที่ทราบว่าสินค้าหรือบริการนี้ พวกเขาต้องจ่ายทั้งหมดเท่าไหร่
ตัวอย่างประโยคที่ควรมีในใบเสนอราคา เช่น
- ราคาสินค้าหรือบริการ ยังไม่รวม VAT 7% (หากต้องการใบกำกับภาษี กรุณายืนยันข้อมูลบริษัทก่อนชำระเงิน)
- ราคาสุทธิ รวม VAT 7% แล้ว และสามารถออกใบกำกับภาษีให้ตามข้อมูลที่แจ้งได้
หลายๆคนอาจจะถามว่า ทำไมต้องชัดขนาดนี้? นั่นเป็นเพราะ ใบกำกับภาษี เป็นเอกสารภาษีที่ต้องออกให้ถูกต้องและครบถ้วน ยิ่งสื่อสารชัดตั้งแต่ต้น ยิ่งลดงานแก้ ลดการออกเอกสารใหม่ และลดความเสี่ยงความผิดพลาดตามหลังบ้านได้
เทคนิคที่ 2: แยกประเภทเอกสารภาษีให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ใบเสนอราคา / ใบเสร็จ / ใบกำกับภาษี
ลูกค้าหลายคน โดยเฉพาะ B2C หรือคนเริ่มทำบัญชี มักใช้คำว่า ขอใบเสร็จ/ขอใบกำกับภาษี สลับกัน ซึ่งทีมขายหรือเจ้าของธุรกิจ จะต้องแยกให้ได้ และสามารถนำส่งเอกสารและอธิบายให้ลูกค้าได้แบบเข้าใจง่าย ดังนี้
- ใบเสนอราคา = เอกสารก่อนจ่ายเงิน เพื่อยืนยันราคา/เงื่อนไข
- ใบเสร็จรับเงิน = หลักฐานการรับเงินหรือชำระเงิน
- ใบกำกับภาษี = เอกสารเพื่อภาษี VAT ระบุฐานภาษีและภาษีที่เรียกเก็บ
เทคนิคที่ 3: ทำ VAT Checklist ก่อนออกเอกสารทุกครั้ง
ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือ ข้อมูลบริษัทไม่ครบ ดังนั้นต้องยกเลิกและออกใบกำกับภาษีใหม่ ซึ่งทำให้ลูกค้าเสียเวลา ดังนั้นธุรกิจควรใช้เช็กลิสต์สั้น ๆ (ถาม/ยืนยันก่อนออกเอกสาร) โดยยึดหลักว่าใบกำกับภาษีเป็นเอกสารสำคัญและต้องจัดทำให้ถูกต้อง
Checklist ที่ควรเก็บให้ครบ เช่น ชื่อลูกค้า/ชื่อบริษัท (ตามหน้าหนังสือรับรอง/ตามที่ลูกค้าใช้ทางบัญชี) ที่อยู่สำหรับออกใบกำกับภาษี เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร อีเมล/ผู้รับเอกสาร (กรณีส่งไฟล์) หรือต้องการเต็มรูป หรืออย่างย่อ (ถ้ามีทางเลือก)
เทคนิคที่ 4: สื่อสาร ภาพรวม VAT แบบลูกค้าเข้าใจ อย่างง่าย แบบไม่ซับซ้อน
ลูกค้าไม่ได้อยากรู้กฎหมายทั้งหมด พวกเขาอยากรู้ว่า ต้องจ่ายเท่าไหร่ และ ได้เอกสารอะไร ดังนั้นธุรกิจ และผู้ขาบควร เล่า VAT เป็น ภาพรวมการจ่าย ที่ย่อยง่าย โดยไม่หลุดหลักการว่า VAT เป็นภาษีที่เรียกเก็บจากการขายหรือให้บริการตามระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
ตัวอย่างการอธิบายแบบสั้น เช่น VAT 7% = ภาษีที่ระบบกำหนดให้เรียกเก็บเพิ่มจากฐานราคา หรือยอดสุทธิ = ยอดก่อน VAT + VAT เป็นต้น
ขายง่ายขึ้น เมื่อลูกค้าเข้าใจ VAT และธุรกิจมีระบบช่วยจัดการเอกสารภาษี
ปัญหาเรื่อง VAT ไม่ได้ทำให้การขายยากขึ้นเพราะเรื่องภาษี แต่ยากขึ้นเพราะ การสื่อสารและการจัดการเอกสารที่ไม่เป็นระบบ หากทีมขายสามารถอธิบายเรื่อง VAT ได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ใบเสนอราคา แยกประเภทเอกสารได้ถูกต้อง และเก็บข้อมูลลูกค้าได้ครบก่อนออกใบกำกับภาษี ก็จะช่วยลดความสับสน ลดการแก้เอกสารซ้ำ และทำให้การปิดการขายเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในการทำธุรกิจจริง โดยเฉพาะธุรกิจ B2B ที่มีรายการขายจำนวนมาก การออกใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน และเอกสารภาษีอื่น ๆ ด้วยวิธีเดิม ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดพลาด และใช้เวลาของทั้งทีมขายและทีมบัญชีโดยไม่จำเป็น
EtaxWise จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญในการจัดการเอกสารภาษีอย่างเป็นระบบ
ไม่ว่าจะเป็นการออก ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) การจัดเก็บเอกสารตามมาตรฐานกรมสรรพากร หรือการเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบบัญชีและระบบขาย ช่วยให้ทุกขั้นตอนถูกต้อง ตรวจสอบได้ และพร้อมใช้งานทันทีเมื่อลูกค้าต้องการเอกสาร
เมื่อทีมขายสื่อสารเรื่อง VAT ได้ชัดเจน และมี EtaxWise เป็นเครื่องมือสนับสนุนหลังบ้าน ธุรกิจจะไม่เพียง ขายได้ แต่ยัง ขายอย่างมืออาชีพ โปร่งใส และน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้า ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
หากคุณต้องการให้เรื่อง VAT และเอกสารภาษีเป็นเรื่องง่ายตั้งแต่หน้าบ้านถึงหลังบ้าน EtaxWise คือคำตอบที่ธุรกิจยุคใหม่ไม่ควรมองข้าม
ติดต่อเรา : @Etaxwise
Think of Etax, Think of Etaxwise


