แชร์

Tax Point คืออะไร? เกี่ยวข้องกับระบบ e-Tax invoice อย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 26 ก.ย. 2025
429 ผู้เข้าชม
เมื่อพูดถึงการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการทุกคนควรรู้คือ Tax Point หรือจุดเวลาเกิดภาระภาษี เพราะเป็นตัวกำหนดว่าผู้ประกอบการต้องออก ใบกำกับภาษี และนำส่งภาษีในช่วงเวลาใด หากไม่เข้าใจหลักนี้ อาจส่งผลให้การออกเอกสารล่าช้า ยื่นแบบผิดกำหนด และถูกปรับจากกรมสรรพากรได้ 
ปัจจุบัน กรมสรรพากรได้ผลักดันให้ผู้ประกอบการใช้ ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ซึ่งเป็นการออกใบกำกับภาษีและใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้การกำหนด Tax Point และการออกใบกำกับภาษีเป็นเรื่องง่าย ถูกต้อง และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น   

Tax Point คืออะไร? 

Tax Point หรือที่เรียกว่า จุดเกิดภาษี คือช่วงเวลาที่กฎหมายถือว่าการขายสินค้าหรือการให้บริการได้เกิดขึ้นแล้วทางภาษี ซึ่งหมายความว่า ณ เวลานั้นผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องออก ใบกำกับภาษี และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 
Tax Point เป็นหลักเกณฑ์สำคัญที่กรมสรรพากรใช้ตรวจสอบว่า ผู้ประกอบการได้ปฏิบัติตามหน้าที่ทางภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยหากผู้ประกอบการออกใบกำกับภาษีช้าเกินไป หรือลงวันที่ไม่ตรงกับ Tax Point จะถือว่าผิดกฎหมาย ดังนั้นสิ่งที่คุณจะต้องรู้ก็คือความสำคัญของ Tax Point

ความสำคัญของ Tax Point

- เป็นตัวกำหนดเวลาในการออกใบกำกับภาษี 
- เป็นจุดอ้างอิงในการยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม 
- ใช้ควบคุมการชำระ VAT ให้ตรงรอบบัญชี 
- ลดความเสี่ยงการถูกเรียกตรวจสอบและถูกปรับ 
 

Tax Point เกิดขึ้นเมื่อไหร่? 

การเกิด Tax Point ไม่ได้มีรูปแบบเดียว แต่จะขึ้นอยู่กับลักษณะของธุรกรรมที่ทำ เช่น การขายสินค้า หรือการให้บริการ ซึ่งทั้งสองกรณีนี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ธุรกิจขายสินค้าจะเน้นไปที่ การส่งมอบ หรือ การโอนกรรมสิทธิ์ ขณะที่ธุรกิจบริการจะอ้างอิงจาก การเสร็จสิ้นการให้บริการ หรือ วันที่ได้รับค่าตอบแทน 
การเข้าใจความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถออก ใบกำกับภาษี ได้ถูกต้องตามเวลา และสอดคล้องกับการบันทึกใน ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt โดยตรง 

  1. การขายสินค้า 
    - Tax Point เกิดขึ้นเมื่อมีการ ส่งมอบสินค้า หรือ โอนกรรมสิทธิ์ ให้ลูกค้า หรือได้รับการชำระเงินจากลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงินมัดจำค่าสินค้าล่วงหน้า ถึงแม้ว่าจะยังไม่ทำการส่งมอบสินค้าก็จะเกิด Tax Point ทันที 
    - หากผู้ขายออกใบกำกับภาษีล่วงหน้า ถือว่าวันที่ออกเอกสารนั้นถือเป็น Tax Point 
    ระบบ e-Tax ผู้ประกอบการสามารถออก e-Tax Invoice ได้ทันทีเมื่อมีการส่งมอบสินค้าหรือได้รับการชำระเงินค่าสินค้า ทำให้มั่นใจว่าเอกสารตรงตามวันเกิดเหตุภาษี 
  2.  การให้บริการ 
    - Tax Point เกิดขึ้นเมื่อการให้บริการ เสร็จสิ้น หรือเมื่อได้รับค่าตอบแทนแล้วแต่ละกรณี 
    - หากมีการ รับเงินมัดจำหรือล่วงหน้า ให้ถือว่าวันรับเงินเป็น Tax Point 
    ระบบ e-Tax ผู้ประกอบการสามารถออก e-Tax Invoice/Receipt ได้ทั้งในวันที่รับเงิน หรือวันที่บริการเสร็จสิ้น ทำให้มั่นใจว่าใบกำกับภาษีถูกต้องตามหลักการของกรมสรรพากร

ตัวอย่างเพื่อความเข้าใจ Tax Point 

การขายสินค้า บริษัท A ส่งมอบสินค้าปลายเดือนมกราคม แต่ได้รับชำระเงินตั้งแต่ธันวาคม ดังนั้น Tax Point จะอยู่ที่ วันที่ได้รับชำระเงินค่าสินค้า (ธันวาคม) หากใช้ระบบ e-Tax สามารถออกใบกำกับภาษีทันทีในวันนั้น และบันทึกเข้าระบบโดยอัตโนมัติ 
การให้บริการ บริษัท B รับค่าบริการออกแบบล่วงหน้า 50% ในเดือนกุมภาพันธ์ และเสร็จงานในเดือนมีนาคม ดังนั้นต้องออก e-Tax Invoice สำหรับเงินที่รับล่วงหน้าในเดือนกุมภาพันธ์ และออกอีกครั้งสำหรับส่วนที่เหลือเมื่อบริการเสร็จในมีนาคม 
 

ระบบ e-Tax ช่วยเรื่อง Tax Point ได้อย่างไร? 

การใช้ ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ทำให้ผู้ประกอบการสามารถจัดการ Tax Point ได้ง่ายและถูกต้องมากขึ้น โดยมีประโยชน์ดังนี้
- ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ตรงเวลา ตาม Tax Point โดยไม่ต้องใช้เอกสารกระดาษ 
- ส่งข้อมูลตรงไปยังกรมสรรพากร ลดความเสี่ยงผิดพลาดเรื่องวันที่ออกใบกำกับ 
- ตรวจสอบย้อนหลังได้ ช่วยยืนยันว่าผู้ประกอบการปฏิบัติถูกต้องตรงตามกฎหมาย 
- ลดค่าใช้จ่าย เรื่องการพิมพ์และเก็บเอกสารกระดาษ 
- เพิ่มความโปร่งใส และเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อคู่ค้าและลูกค้า 

ทำไมผู้ประกอบการต้องเข้าใจ Tax Point และใช้ระบบ e-Tax 

การเข้าใจ Tax Point จะช่วยให้ผู้ประกอบการ
- ออก ใบกำกับภาษี ได้ตรงตามเวลาที่กฎหมายกำหนด 
- ลดความเสี่ยงถูกปรับจากการยื่นแบบผิดพลาด 
- วางแผนการเงินและกระแสเงินสดได้ดีขึ้น 
- รองรับการตรวจสอบจากกรมสรรพากรอย่างมั่นใจ 
และเมื่อผสานกับการใช้ ระบบ e-Tax ผู้ประกอบการจะสามารถทำงานได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องการออกเอกสารผิดวัน อีกทั้งยังช่วยยกระดับการทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายดิจิทัลของกรมสรรพากร 
 

สรุป 

Tax Point คือ จุดเวลาที่กฎหมายถือว่าผู้ประกอบการมีหน้าที่ทางภาษีเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้าหรือการให้บริการ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องออกใบกำกับภาษี ให้ตรงกับช่วงเวลานั้น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายและป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง ดังนั้นการใช้ ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt เข้ามาช่วย จะทำให้การออกใบกำกับภาษีเป็นเรื่องง่าย ถูกต้อง รวดเร็ว และโปร่งใส ส่งข้อมูลตรงไปยังกรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดและเพิ่มความมั่นใจให้ธุรกิจของคุณได้ ดังนั้น ถ้าหากคุณสนใจและมองหาระบบ e-Tax invoice อยู่ ก็สามารถติดต่อเราเพื่อขอรับคำปรึกษาได้ที่นี่เลย : https://liff.line.me/2007600368-jEAYm842?chatcone_state=6858fe0e32770a3973ca90c8


บทความที่เกี่ยวข้อง
 VAT
ปัญหาเรื่อง VAT ไม่ได้ทำให้การขายยากขึ้น แต่เพราะการสื่อสารและการจัดการเอกสารที่ไม่เป็นระบบ หากทีมขายหรือธุรกิจสามารถอธิบายเรื่อง VAT ได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ใบเสนอราคา แยกประเภทเอกสารได้ถูกต้อง และเก็บข้อมูลลูกค้าได้ครบก่อนออกใบกำกับภาษี ก็จะช่วยลดความสับสน ลดการแก้เอกสารซ้ำ และทำให้การปิดการขายเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น
Waraporn Sripalatham
18 ธ.ค. 2025
E-donation
ระบบ E-Donation ที่เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ถูกบรรจุเป็นมาตรการด้านภาษีเข้ามาใหม่ล่าสุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริจาคและยกระดับการบริจาคให้ทันสมัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
Waraporn Sripalatham
17 ธ.ค. 2025
รวม 6 ข้อแตกต่าง ของ ภ.ง.ด. 50 และ ภ.ง.ด. 51 ที่นิติบุคคลต้องรู้
บทความนี้จึงได้สรุป 6 ข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 ที่ผู้จ่ายภาษีนิติบุคคลควรรู้ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจภาพรวมของการยื่นภาษีได้ง่ายขึ้น และสามารถจัดการภาษีของธุรกิจได้อย่างถูกต้อง มั่นใจ และเป็นระบบมากขึ้น
Waraporn Sripalatham
15 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy