ภ.ง.ด.94 คืออะไร? คู่มือการจ่ายภาษีกลางปี ที่ควรรู้

เมื่อพูดถึงเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หลายคนมักนึกถึงการยื่นแบบภาษีประจำปี ในช่วงสิ้นปีแบบ ภ.ง.ด.90/91 เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีการจ่ายภาษีอีกแบบหนึ่ง ที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือ ภ.ง.ด.94 หรือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ที่ใช้สำหรับแสดงรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายนของปีภาษีนั้น
ซึ่ง ภ.ง.ด.94 เป็นการยื่นภาษีกลางปีที่หลายๆ คนที่ทำงาน หรือมีรายได้ มักจะมองข้าม เพราะเข้าใจว่าต้องจ่ายภาษีในช่วงสิ้นปีเท่านั้น ดังนั้นบทความนี้ Etaxwise จะพาคุณมาทำความเข้าใจแบบละเอียดว่า ภ.ง.ด.94 คืออะไร ใครบ้างที่ต้องยื่น วิธีการยื่น และข้อควรระวังที่ไม่ควรทำพลาด ในการยื่นภาษีกลางปี
รูปแบบภาษี ภ.ง.ด.94 คืออะไร?
อ้างอิงจากข้อมูลของกรมสรรพากร ภ.ง.ด.94 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ซึ่งกรมสรรพากรจัดทำขึ้นตาม มาตรา 40(5) ถึง 40(8) ของประมวลรัษฎากร เพื่อให้ผู้มีรายได้จากบางประเภทต้องยื่นภาษีในช่วงกลางปี และหากเป็นผู้มีรายได้จากงานดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัท เจ้าของธุรกิจ หรือแม้กระทั่งบุคคลธรรมดาที่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ก็จะต้องยื่นแสดงรายได้เพื่อเสียภาษีในช่วงกลางปีด้วยเช่นกัน
โดยรายได้ที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ครอบคลุมรายได้ที่ ไม่ได้เป็นเงินเดือนประจำ หมายความว่าถึงแม้เป็นพนักงานประจำ แต่ปล่อยเช่าคอนโด รายได้จากการปล่อยเช่าคอนโด ต้องแสดงตามข้อบังคับของ ภ.ง.ด.94
รายได้ที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 มีดังนี้ ;
- รายได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน (เช่น บ้าน คอนโด รถยนต์)
- รายได้จากอาชีพอิสระ (เช่น แพทย์ วิศวกร นักบัญชี สถาปนิก)
- รายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง
- รายได้จากธุรกิจส่วนตัว เช่น ร้านค้าออนไลน์ ร้านอาหาร ฟรีแลนซ์
ดังนั้นหากผู้อ่าน เป็นบุคคลมีรายได้จากแหล่งเหล่านี้ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 30 มิถุนายน จะต้องยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด.94 ภายในวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน ของปีเดียวกัน ตามข้อบังคับของกรมสรรพากร
เวลาและช่องทางการยื่นภาษีกลางปี ภ.ง.ด.94
อ้างอิงจากข้อมูลของกรมสรรพากร กรมสรรพากรได้กำหนดยื่นภาษีครึ่งปี อยู่ในช่วง ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน ของทุกปี หรือหากยื่นผ่านระบบออนไลน์ (e-Filing) จะขยายเวลาเพิ่มอีก 8 วัน
โดยช่องทางการยื่น ภ.ง.ด.94 กรมสรรพากรได้เปิดให้ผู้เสียภาษียื่นแบบได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ ;
1. ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ ซึ่งวิธีการนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกใช้ระบบออนไลน์ หรือต้องการทำตามกระบวนการที่ถูกต้องโดยเจ้าหน้าที่สรรพากรโดยตรง
2. ยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ที่ https://efiling.rd.go.th ซึ่งวิธีการนี้จะเน้นความสะดวก ประหยัดเวลา โดยผู้เสียภาษีสามารถชำระภาษีผ่านบัตรเครดิต อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง หรือ QR Code ได้ทันที แบะจะได้รับใบเสร็จยืนยันการชำระเงินทางอีเมล
5 ผลกระทบ หากไม่ยื่น ภ.ง.ด.94
เพราะความคิดที่ว่า แค่เลื่อนการยื่นภาษี คงไม่เป็นไรหรอก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การไม่ยื่นหรือยื่นล่าช้ากว่ากำหนด อาจส่งผลเสียหลายด้าน ทั้งทางด้านการเงิน กฎหมาย และสิทธิ์ทางภาษีในอนาคต
โดยทางกรมสรรพากรระบุชัดเจนว่า หากผู้มีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.94 ไม่ยื่นภายในเวลาที่กำหนด จะมีผลดังต่อไปนี้ ;
1. เสียค่าปรับทางอาญา ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร
กรณีผู้ที่ไม่ยื่นภาษีภายในเวลาที่กำหนด จะถูกปรับทางอาญา ไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร
ตัวอย่างเช่น: หากผู้มีรายได้ ตามธุรกิจเงินได้ตามข้อกำหนดผู้เสียภาษี ภ.ง.ด.94 และต้องยื่นภ.ง.ด.94 ภายในวันที่ 30 กันยายน แต่ยื่นจริงวันที่ 15 ตุลาคม จะมีสิทธิ์ถูกปรับไม่เกิน 2,000 บาท แม้ภาษีที่ต้องชำระจะเป็นศูนย์แล้วก็ตาม
2. เสียเบี้ยปรับ (เงินเพิ่ม) 1.5% ต่อเดือนที่ล่าช้า
หากมีการค้างจ่ายภาษี หรือมีภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม แต่ไม่ชำระภายในกำหนด จะต้องเสีย เงินเพิ่ม หรือดอกเบี้ยสำหรับความล่าช้า ในอัตรา 1.5% ต่อเดือน ของยอดภาษีที่ค้างชำระทั้งหมด โดยจะคำนวณเป็นรายเดือนเต็ม ถึงแม้จะเกินกำหนดมาแค่วันเดียวก็ตาม
ตัวอย่างการคำนวณ : หากภาษีที่ต้องชำระ 10,000 บาท และ ยื่นช้า 3 เดือน จะเท่ากับว่าเสียเงินเพิ่ม 10,000 × 1.5% × 3 = 450 บาท สำหรับเบี้ยปรับต่อเดือนที่ล่าช้า
อย่างไรก็ตาม แม้จะดูเป็นจำนวนไม่มาก แต่ถ้าปล่อยไว้นาน เบี้ยปรับจะสะสมเรื่อย ๆ และอาจกระทบต่อยอดภาษีรวมปลายปีได้เช่นกันค่ะ
3. เสียสิทธิ์ในการนำเครดิตภาษีไปหักใน ภ.ง.ด.90 ช่วงสิ้นปี
หนึ่งในประโยชน์ของการยื่นภาษีครึ่งปี หรือ ภ.ง.ด.94 คือ ผู้เสียภาษีสามารถนำภาษีที่จ่ายไว้ในครึ่งปีแรกไป หักออกจากภาษีปลายปีหรือ ภ.ง.ด.90 ได้
แต่หากไม่ยื่นหรือยื่นเกินกำหนด จะหมดสิทธิ์ในการนำยอดภาษีดังกล่าวมาหักลดในภาษีปลายปี ซึ่งหมายความว่า ผู้เสียภาษีจะต้องจ่ายภาษีเพิ่มเต็มจำนวนในตอนยื่นภ.ง.ด.90 แม้จะเคยมีรายได้และเสียภาษีช่วงครึ่งปีแรกแล้วก็ตาม
4. เสี่ยงในถูกเรียกตรวจสอบการจ่ายภาษีย้อนหลัง
เพราะการไม่ยื่นภาษีหรือยื่นล่าช้า อาจทำให้กรมสรรพากรจัดคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงการเลี่ยงภาษี และอาจจะมีสิทธิ์ถูกเรียกตรวจสอบรายได้ย้อนหลังได้เช่นกัน หากตรวจสอบว่าเงินได้มากเกินกำหนด หรือล่าช้าในการจ่ายภาษีบ่อยครั้ง
โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ประเภท 40(8) เช่น ธุรกิจส่วนตัว ขายของออนไลน์ หรือฟรีแลนซ์ เพราะระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรจะมีการเชื่อมข้อมูลรายได้จากหลายแหล่ง เช่น ข้อมูลการรับโอนเงินในบัญชีธนาคาร ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม e-Commerce หรือข้อมูลจากการออกใบกำกับภาษีออนไลน์
ดังนั้น หากพบความผิดปกติ เช่น มีรายได้เข้าเยอะ แต่ไม่เคยยื่นแบบภาษีเลย กรมสรรพากรสามารถเรียกตรวจสอบย้อนหลังได้สูงสุดถึง 5 ปี
5. กระทบต่อการขอสินเชื่อหรือเอกสารทางการเงิน
หลาย ๆ ธนาคารมักจะขอสำเนาแบบภาษีที่ยื่นกับกรมสรรพากร เช่น ภ.ง.ด.94 หรือ ภ.ง.ด.90/91 เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อธุรกิจ หรือสินเชื่อบ้าน ดังนั้น หากไม่ยื่นภาษีครึ่งปีเลย หรือมีประวัติยื่นช้า อาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือทางการเงิน และทำให้ธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อได้เช่นกัน
ดังนั้นการไม่ยื่นภาษี ภ.ง.ด.94 อาจดูเล็กน้อยในตอนนี้ แต่ผลกระทบที่ตามมาครอบคลุมทั้งด้านการเงิน การวางแผนภาษี และภาพลักษณ์ในระยะยาว เพราะฉนั้นการยื่นภาษีครึ่งปีให้ตรงเวลาไม่เพียงแค่ช่วยเลี่ยงค่าปรับ แต่ยังเป็นการสร้างวินัยทางการเงิน และบริหารภาษีอย่างมืออาชีพ ที่ทุกคนควรทำ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลทุกอย่างถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
การรู้จักและปฏิบัติตามหน้าที่ทางภาษีอย่างถูกต้อง คือจุดเริ่มต้นของความมั่นคงทางการเงินในอนาคต และเป็นพื้นฐานของความน่าเชื่อถือสำหรับมนุษย์เงินเดือนและผู้ประกอบอาชีพอิสระทุกคน
การยื่นภาษีจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน หากมีเพื่อนคู่คิด อย่าง Etaxwise ผู้ให้บริการและคำปรึกษาเรื่องการนำส่งภาษี แบบครบวงจร
ติดต่อเรา เพื่อปรึกษา Solution เรื่อง E-tax กับผู้เชี่ยวชาญ
Line : @Etaxwise
หรือโทร : 02-217-7977 ทำการทุกวันเวลา 9.00-21.00 น.


